1.ความแตกต่างของแหล่งกำเนิดไฟ รถน้ำมันไหม้จากการลุกของเชื้อเพลิงเหลวที่สัมผัสอากาศ ดับได้ด้วยการตัดออกซิเจนหรือทำให้เย็นลง แต่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเก็บพลังงานเคมีไว้ภายในเซลล์นับร้อยนับพันเซลล์ การเผาไหม้จึงเกิดจากปฏิกิริยาเคมีภายในตัวมันเอง ไม่ใช่จากออกซิเจนภายนอกเพียงอย่างเดียว
2.ปรากฏการณ์ Thermal Runaway เมื่อเซลล์แบตเตอรี่เซลล์ใดเซลล์หนึ่งเสียหาย (จากการชน ความร้อนสูงเกิน หรือไฟฟ้าลัดวงจร) อุณหภูมิภายในเซลล์จะพุ่งสูงอย่างรวดเร็วจนเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ลามไปยังเซลล์ข้างเคียง กระบวนการนี้ปลดปล่อยทั้งความร้อน เปลวไฟ และก๊าซพิษ และอาจเกิดขึ้นซ้ำได้แม้ดูเหมือนไฟจะดับไปแล้ว
3.ทำไมน้ำเปล่าธรรมดาอาจไม่พอ การดับไฟแบตเตอรี่ต้องใช้น้ำปริมาณมากกว่าการดับไฟรถน้ำมันหลายเท่า เพราะเป้าหมายหลักคือการลดอุณหภูมิของเซลล์แบตเตอรี่ลงให้ต่ำกว่าจุดที่จะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ไม่ใช่แค่ดับเปลวไฟที่มองเห็น หน่วยดับเพลิงในหลายประเทศจึงต้องเตรียมรถน้ำสำรองและใช้เวลานานกว่าปกติในการควบคุมสถานการณ์
4.ความเสี่ยงของการลุกไหม้ซ้ำ (Re-ignition) แม้เปลวไฟจะสงบลงแล้ว ความร้อนสะสมภายในแบตเตอรี่อาจทำให้ไฟกลับมาลุกไหม้ใหม่ได้ในอีกหลายชั่วโมงหรือหลายวันให้หลัง นี่เป็นเหตุผลที่หน่วยงานในต่างประเทศแนะนำให้เฝ้าระวังหรือแช่รถ EV ที่เกิดเหตุไว้ในที่ปลอดภัยเป็นเวลานานหลังเหตุการณ์
5.ก๊าซพิษและความเสี่ยงต่อสุขภาพ ระหว่างกระบวนการ thermal runaway แบตเตอรี่จะปล่อยก๊าซที่เป็นอันตราย เช่น ไฮโดรเจนฟลูออไรด์ ซึ่งเป็นพิษหากสูดดม ทำให้การอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันมีความเสี่ยงสูง
สรุป ด้วยลักษณะเฉพาะของไฟไหม้แบตเตอรี่ EV การมีอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับสถานการณ์นี้ เช่น ผ้าคลุมดับเพลิงที่ช่วยควบคุมการลุกลามและจำกัดออกซิเจน จึงมีความสำคัญไม่แพ้การมีถังดับเพลิงทั่วไป โดยเฉพาะในพื้นที่ที่รถดับเพลิงเข้าถึงยาก เช่น อาคารจอดรถใต้ดินหรือสถานีชาร์จ
